Friday, August 22, 2014

อีกมุมหนึ่งของเชียงราย



ไอเชียงรายขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว เช่ารถตู้เชียงราย หรือ เช่ารถตู้เชียงรายพร้อมคนขับ ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ที่หลายๆท่านรู้จัก และ ไม่เคยรู้จัก

1) อนุเสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช
 ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บริเวณทางแยกที่จะไปอำเภอแม่จัน พ่อขุนเม็งรายเป็นกษัตริย์องค์ที่  25 แห่งราชวงศ์ลวจักราช เป็นโอรสของพระเจ้าลาวเม็ง และพระนางเทพคำขยาย หรือนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย 3 ปีกุน พุทธศักราช 1781 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 3 ปี พระองค์ทรงสร้างเมืองเชียงรายเป็นเมืองหลวงแทนหิรัญนครเงินยาง และเสด็จสวรรคตในปีพุทธศักราช 1860


2) วัดพระแก้ว    
 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ถนนไตรรัตน์ แต่เดิมชื่อว่า วัดป่าเยี้ยะ เยี้ยะ แปลว่าไม้ไผ่บริเวณที่ตั้งวัดเป็นป่าไผ่จึงตั้งชื่อตามที่มา ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้ามหาพรหมผู้ครองเมืองเชียงรายเป็นผู้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาจากเมืองกำแพงเพชร ในช่วงเวลานั้นสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยจะสู้ดีนักจึงได้พอกปูนทับองค์พระแก้วมรกตแล้วนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์วัดป่าเยี้ยะ อีก 45 ปีต่อมาเกิดฟ้าผ่าที่องค์เจดีย์ พบพระพุทธรูปลงรักปิดทองจึงได้อัญเชิญไปไว้วิหารหลวงได้ 2 เดือนต่อมาปูนบริเวณพระนาสิก (จมูก) กระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียว เจ้าอาวาสได้กระเทาะปูนออกจึงปรากฎเป็นพระแก้วสีเขียวทั้งองค์ พระเจ้าสามฝั่งแกน เจ้าเมืองเชียงใหม่ ทราบข่าวจึงได้อัญเชิญไปเมืองเชียงใหม่ รวมระยะเวลาที่พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ที่เชียงรายเป็นเวลา 45 ปี วัดป่าเยี้ยะที่ประดิษฐพระแก้วมรกตจึงถูกเรียกต่อๆ กันมาว่า วัดพระแก้ว

3) วัดพระสิงห์   
 เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ มีเนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา สันนิษฐานกันว่าน่าจะสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามหาพรหม ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระเจ้ากือนา ผู้ครองเมืองเชียงใหม่ ราวปีพุทธศักราช 1928 (พระเจ้ามหาพรหมเสวยราชย์ ณ เมืองเชียงราย ระหว่าง พ.ศ. 1888-1943) มูลเหตุที่ได้ชื่อว่า วัดพระสิงห์นั้นเชื่อว่า ครั้งหนึ่ง วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของไทยในปัจจุบัน คือ พระพุทธสิหิงค์หรือ  พระสิงห์

4) วัดดอยงำเมือง
 เป็นวัดที่เก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย ตั้งอยู่ถนนงำเมือง (อยู่ด้านหลังวัดพระแก้ว) สร้างเมื่อ พ.ศ. 1860 วัดดอยงำเมืองเดิมมีแต่ สถูป (กู่) บรรจุพระอัฐิของพญามังรายมหาราช สร้างโดยพญาไชยสงครามโอรสพญามังรายมหาราช ในพุทธศตวรรษที่ 19  หลังจากที่พญามังรายได้สวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1860 พญาไชยสงครามพระราชโอรสได้ถวายพระเพลิงพระศพพญามังรายมหาราชแล้วพระองค์ทรงไม่โปรดเมืองเชียงใหม่ ได้กลับมาครองเมืองเชียงรายและอัญเชิญพระอัฐิของพญามังรายมาประดิษฐาน ณ ดอยแห่งนี้ ต่อมา พ.ศ. 2030 พระยาศรรัชฎาเงินทอง ได้มาบูรณะและสร้างวัดขึ้นให้ชื่อว่า วัดดอยงำเมือง

5) วัดพระธาตุดอยจอมทอง
 เป็นวัดเก่าแก่ โดยตามประวัติที่มีการกล่าวถึงระบุว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยพญาเรือนแก้ว เจ้าผู้ครองเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยปัจจุบัน) พ.ศ. 1483 โดยในการสร้างวัดครั้งนั้น ได้มีการสร้างองค์พระเจดีย์ประธานของวัดขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระมหาเถระชาวลังกา ได้นำมาถวายแด่พญาพังคราชแห่งเมืองโยนกนาคพันธุ์ ซึ่งพญาพังคราชได้โปรดให้แบ่งพระบราสารีริกธาตุออกเป็น 3 ส่วน และนำไปประดิษฐาน ณ พระบรมธาตุเจดีย์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน ได้แก่ พระมหาชินธาตุเจ้าดอยตุง และพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้
6) วัดพระธาตุดอยเขาควาย
 ตั้งอยู่บนดอยเขาควาย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุและเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงรายที่มีความสวยงามและใกล้ตัวเมืองมากที่สุด ตามตำนานพื้นบ้านเล่าว่า ประมาณ 1,000 กว่าปีล่วงมา ได้มีพระยาธรรมมิกะราช เจ้าผู้ครองเมืองเชียงรายสมัยนั้น เป็นผู้ก่อสร้างวัดพระธาตุดอยเขาควายขึ้นมา โดยได้นำพระบรมสารีริกธาตุ อันเป็นข้อมือนิ้วก้อยข้างซ้ายของพระพุทธเจ้าที่คณะสงฆ์เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนล้านนา ได้นำมาถวายให้พระยาธรรมมิกะราช จึงให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุใส่บรรจุไว้ในองค์เจดีย์เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั่วไปได้กราบไหว้บูชา ต่อมาได้รับการปฏิสังขรห์หลายครั้งในสมัยเชียงแสน และสมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราช ปัจจุบันในทุกๆ ปีจะมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุ ในวันเพ็ญเดือนแปดเป็ง ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ วิสาขบูชา
 
7) หาดเชียงราย (พัทยาน้อย)
 ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านป่างิ้ว หมู่ 4 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมาเที่ยวกันมากพอสมควรโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล เป็นจุดชมวิวและรับประทานอาหารและมีเรือนแพตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก ซึ่งแม่น้ำกกจะไหลผ่านเทือกเขาทำให้เกิดทิวทัศน์สวยงาม สามารถมองเห็นหินงอกที่เกิดจากถ้ำหินปูน บริเวณริมแม่น้ำกกจะมีร้านอาหารจำนวนมากให้บริการแก่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้บริเวณหาดเชียงรายยังมีลานกีฬาและสวนสุขภาพไว้สำหรับออกกำลังกาย

8) สะดือเมือง 108 หลัก (บริเวณวัดพระธาตุดอยจอมทอง)
  ตั้งอยู่บนรูปแบบสมมุติของจักรวาลอันเป็นคติที่มีมาแต่โบราณด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันออกลานรอบนอกหมายถึงแผ่นดิน ล้อมรอบด้วยคูน้ำอันเปรียบได้กับน้ำในขอบจักรวาล รอบในยกขึ้นเป็นหกชั้นหมายถึงสวรรค์ทั้งหกของกามภูมิ แล้วยกขึ้นอีกสามชั้นซึ่งหมายถึง รูปภูมิ อรูปภูมิ และชั้นบนสุดเปรียบได้นิพพาน สำหรับตัวเสาสะดือเมืองเป็นดั่งเขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่บนฐานสามเหลี่ยม หมายถึงตรีกูฎบรรพตหรือผาสามเส้า ล้อมด้วยเสา 108 ต้น                อันหมายถึงสิ่งสำคัญในจักรวาล และล้อมรอบอีกชั้นด้วย ร่องน้ำห้าร่องซึ่งเปรียบเป็นปัญจมหานทีลดหลั่นเป็นชั้นไหลลงสู่พื้นดิน ตามคติโบราณของล้านนา เสาสะดือเมืองจะใหญ่เท่าห้ากำมือและสูงเท่ากับความสูงของพระเจ้าแผ่นดิน โคนเสาสะดือเมืองนี้จึงใหญ่เท่ากับห้าพระหัตถ์กำ และสูงเท่ากับส่วนสูงแห่งพระวรกายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ได้เสด็จมาเจิมเสาสะดือเมืองนี้เมื่อวันที่ 27 ม.ค. พ.ศ. 2531

9) ไร่แม่ฟ้าหลวง
 อุทยานศิลปะและวัฒนธรรม บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ อยู่ที่บ้านป่างิ้ว ตำบลรอบเวียง ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 4 กม. โดยใช้เส้นทางผ่านหน้าค่ายเม็งรายมหาราช เมื่อแรกเริ่มโครงการนั้น ไร่แม่ฟ้าหลวง เป็นโครงการ
ให้การศึกษาแก่ชาวเขาในลักษณะเดินสอนต่อมาเปลี่ยนเป็นนำชาวเขาเข้ามาศึกษาในตัวเมืองเพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้กลับไปให้ความรู้แก่ชุมชนเดิมต่อไป หลังจากนั้นได้ถวายโครงการดังกล่าวแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีและจัดตั้งเป็นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงขึ้น ปัจจุบันเป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุอันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา นิทรรศการเรื่องไม้สัก พร้อมชมงานศิลปะพื้นบ้านในหอแก้ว ล้อมรอบด้วยบึงน้ำอันสงบเงียบ มีสวนไม้หอมและพฤกษานานาพันธุ์ เปิดทุกวันเวลา 08.00 - 18.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

10) หอวัฒนธรรมนิทัศน์เฉลิมพระเกียรติ (ศาลากลางหลังเก่า ร.5)

 สร้างขึ้นโดยมติคณะกรรมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย (ศศว.จ.) โดยงบบริจาคของ  ส.ส.เชียงราย เมื่อปี 2539 ผู้ริเริ่มคือ นายคำรณ  บุญเชิด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พระเทพรัตนากร เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และคณะ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2539 เพื่อจัดแสดงนิทรรศการถาวรในเชิงมานุษยวิทยา ชาติพันธุ์วิทยาและธรรมชาติวิทยาของเมืองเชียงราย ในรูปแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีปฏิสัมพันธ์ เช่น หุ่นจำลอง ศิลปวัตถุ วัตถุจำลอง วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์
11) ไนท์บาซาร์ 
 ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย (เก่า) เป็นที่จำหน่ายของที่ระลึกฝีมือชาวเขา และชาวเชียงราย ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋าหลากหลายแบบ ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ผ้าม่าน ผ้าปักฝีมือชาวเขาที่นำมาจำหน่ายในราคาที่ไม่แพงนัก มีการจำหน่ายของตกแต่งบ้านที่ทำจากไม้ สินค้าหัตถกรรม
(หรือสินค้าทำมือ) ต่างๆ เช่น ไม้แกะสลัก ภาพวาด ตุ๊กตาประดิษฐ์ ฯลฯ และยังมีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวพร้อมชมการแสดงซึ่งจัดอยู่ 2 เวที คือบริเวณลานกลางเวียง เป็นเวทีสำหรับการแสดงของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย มีการแสดง รำไทย และสะล้อ ซอ ซึง ซึ่งเป็นการแสดงดนตรีพื้นบ้าน เป็นการอนุรักษ์ศิลปะแบบล้านนา ส่วนเวทีอีกแห่งเป็นลานกว้างมีอาหารหลากหลายเมนูพร้อมชมการแสดง มีการแสดงคาบาเร่โชว์ โฟล์คซอง และการแสดงของชาวเขา

12)  วัดมิ่งเมือง
 ตั้งอยู่ถนนไตรรัตน์ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ด้านข้างติดถนนบรรพปราการ ประวัติ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2513 เป็นวัด ไทยใหญ่ สมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อยู่เรียกว่า วัดเงี้ยวหรือ วัดช้างมูบ (ช้างหมอบ) การก่อสร้างตามชาวบ้านศรัทธาเล่าว่า ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง ชื่อ ตะแม่ศรี มีศักดิ์เป็นมเหสีของพ่อขุนฯ เป็นชาวพม่า ตามแผ่นเงินจารึกที่ได้ค้นพบเป็นภาษาพม่า และคาดว่าวัดนี้ก็มีอายุเท่ากับเมืองเชียงรายและ มีหลักฐานที่สำคัญหลายชิ้นที่บอกว่า เป็นวัดที่ชาวพม่าได้สร้างไว้ก่อน วัดมิ่งเมืองอยู่ติดกับประตูไก่ดำ เพี้ยนมาเป็น สี่แยกสะพานดำหรือคนเมืองเชียงราย เรียกสี่แยกขัวดำ ส่วนหลักฐานอื่นถือว่าเป็น วัตถุโบราณของวัดมีบ่อน้ำโบราณ เรียกว่าบ่อน้ำช้างมูบ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ มีซุ้มครอบไว้บนหลังช้างหมอบ ชาวบ้านผ่านไปมาก็เรียกว่าช้างมูบ และเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดจ้างมูบ” 

13)  สวนตุงและโคมเชียงราย  เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  75  พรรษา 
 ตั้งอยู่ถนนธนาลัย (เยื้องพิพิธภัณฑ์ชาวเขา) ตำบลเวียง อำเภอเมือง บนพื้นที่จำนวน 11 ไร่เศษ อดีตเคยเป็นที่ตั้งของเรือนจำกลาง จ.เชียงราย มากว่า 100 ปี มีกลิ่นอายและตำนานการคุมขังนักโทษชายและหญิงในคดีต่างๆ กว่า 4,000 ชีวิต ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้าออก บ้างก็ล้มหายตายจากไปก็ไม่น้อย สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ 75 พรรษาเป็นการปรับแต่งสถานที่ซึ่งมีอาคารที่คุมขังนักโทษตั้งอยู่ โดยปัจจุบันถูกบูรณะมาเป็นอาคารแสดงศิลปะการแต่งกายชนเผ่า 30 ชนเผ่า ภายในมีการปั้นแต่งหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริง พร้อมเปิดให้เข้าไปชมได้อย่างกว้างขวาง


14) หอนาฬิกาเชียงรายเฉลิมพระเกียรติฯ 75  พรรษา
                  ตั้งอยู่ที่ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะดูกลางวันก็สวยงาม และยิ่งดูกลางคืนก็ยิ่งตระการตา แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างของเชียงราย ที่นักท่องเที่ยวคนใดเมื่อเดินทางมาเชียงรายไม่ได้มาชมแล้วถือว่าเสียดายอย่างมาก เป็นงานศิลปะออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย
โฆษิตพิพัฒน์  ศิลปินที่มีชื่อเสียของประเทศไทย   สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และทุกคืนจะมีการแสดงแสง  สี  เสียง   ในช่วงเวลา  19.00  น. , 21.00  น. และ  22.00  น.

15) ถนนคนเดิน (กาดเจียงฮายรำลึก)
 กาดเจียงฮายรำลึก รูปแบบล้านนาในอดีต ร่วมย้อนอดีตล้านนา พลิกฟื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น
คืนชีวิตให้กับชุมชน  คืนถนนให้กับคนเดิน  ทุกวันเสาร์ของเดือน ตั้งแต่สี่แยกสำนักงานยาสูบ ไปจนถึงสี่แยกธนาลัย อยู่ใจกลางเมืองเชียงราย เปิดตั้งแต่เวลา  16.00 – 24.00 น. กำหนดแบ่งออกเป็น 3 โซน โดยโซนที่ 1 เป็นแหล่งรวม
โอท็อปชั้นนำของเชียงราย ร้านค้าโครงการหลวง สินค้าและผลิตภัณฑ์ชาวเขา โซน
ที่ 2 จำหน่ายสินค้าทำด้วยมือ และหัตถกรรมงานฝีมือทั้งจากเยาวชนและประชาชน การแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนเมือง กิจกรรมสปา สมุนไพร และนวดแผนไทย และโซนที่ 3 เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการ จำหน่ายสินค้า และของที่ระลึก กาดหมั้วคัวแลง ส่งเสริมให้ผู้จำหน่ายสินค้า และอาหารให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใช้ถุงกระดาษ ถ้วยชามที่ทำมาจากใบตอง ตะกร้าไม้ไผ่ และลดการใช้ถุงพลาสติก เพื่อร่วมกันรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน

16) พิพิธภัณฑ์อูบคำ
 ตั้งอยู่เลขที่ 81/1 ถนนหน้าค่าย ตำบลรอบเวียง ติดกับตลาดสดเด่นห้า เป็นสถานที่รวบรวมเครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าแพร่ เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าเชียงใหม่ อายุประมาณ 500-1,000 ปี ผ้าโบราณอายุ 120 ปี ซิ่นไหมคำจากราชสำนักมัณฑเลย์ และที่สำคัญคือ บัลลังก์กษัตริย์เป็นทองอร่าม ฉลองพระองค์ทองคำแท้ และเครื่องประดับเงิน อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต โดยมีอาจารย์จุลศักดิ์  สุริยไชย เป็นผู้รวบรวม เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท พิพิธภัณฑ์นี้เป็นความตั้งใจของผู้รวบรวมที่จะเก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทยให้กลับมาอยู่ในผืนแผ่นดินไทย และเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาถึงความเป็นมาและความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านนาในอดีต

 17) ศาลารอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 ปี พ.ศ.2497 เริ่มสถานการณ์การก่อการร้ายในจังหวัดเชียงราย พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งเข้ามาทางภาคเหนือของประเทศไทยเพื่อแสวงหาแนวร่วมพื้นฐาน ต่อมาใน พ.ศ. 2521 พคท. สามารถจัดตั้งฐานที่มั่นในภาคเหนือได้ถึง 9 แห่ง และฐานที่มั่นที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ ฐานที่มั่นดอยยาว-ดอยผาหม่นจ.เชียงราย และในปี พ.ศ. 2524 กองพันทหารราบที่ 473 ซึ่งมี พ.ท.วิโรจน์ ทองมิตร เป็นผู้บังคับหน่วยขณะนั้น ได้นำกำลังทหารเข้าปฏิบัติการพื้นที่ดอยยาว-ดอยผ่าหม่น ตามแผนการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ จนเกิดยุทธการยึด เนิน 1188 บนดอยพญาพิภักดิ์ และในวันที่ 27 ก.พ. 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช องค์จอมทัพไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ เพื่อเยี่ยมเยือนทหารหาญและราษฎร ณ ฐานปฏิบัติการ ดอยพญาพิภักดิ์ บนดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย (ปัจจุบันเป็นเขต อ.ขุนตาล) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานประทับรอยพระบาทของพระองค์ ลงบนแผ่นปูนปลาสเตอร์ที่จัดเตรียมไว้ เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ทหารกล้าทั้งปวง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ปัจจุบัน รอยพระบาทได้ถูกอัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ ณ ศาลารอยพระบาทบนดอยโหยด ค่ายเม็งรายมหาราช กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองค์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพล และสาธารณชนทั่วไป คู่กับอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเขตเทศบาลและพื้นที่ใกล้เคียง เช่ารถตู้เชียงราย หรือ เช่ารถตู้เชียงรายพร้อมคนขับ ได้แก่ วัดพระนอน น้ำตกโป่งพระบาท วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์  น้ำตกห้วยแม่ซ้าย  ถ้ำตุ๊ปู่  ถ้ำพระ บ่อน้ำร้อนผาเกี้ยว สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์  หมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร  ท่าเรือริมกก  ศูนย์หัตถกรรมเชียงราย  กำแพงเมืองเก่า  บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ฯลฯ

:: บริษัท ไอเชียงราย จำกัด ::เลข ที่ 185/8 หมู่ 4 ต. ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 57100 สายด่วนจองทัวร์ (หนุ่ย) 081-8854644 (ใบอนุญาตนำเที่ยวในและต่างประเทศเลขที่ 21-00512)
แฟกซ์: 053-152141 อีเมล์: booking@ichiangrai.com เวบไซต์: http://www.ichiangrai.co.th


คลิ๊กดูแผนที่บจ.ไอเชียงราย เช่ารถตู้เชียงราย